ja_mageia

"จากการที่เราได้โปรโมตจังหวัดสมุทรปราการมาเป็นเวลากว่า 10 ปี เรารู้สึกภูมิใจที่มีผู้เข้าชมเวบไซด์ paknam.com มากกว่าห้าแสนคนจากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก"

Richard Barrow
ริชาร์ด แบร์โรว์

ปากน้ำ เว็บ เน็ตเวิร์ค


วัดจังหวัดสมุทรปราการ

จังหวัดสมุทรปราการ มีวัดทั้งหมด 123 แห่ง โดยอยู่ในอำเภอเมือง 25 วัด อำเภอพระประแดง 38 นัด อำเภอบางพลี 13 วัด อำเภอบางบ่อ 22 วัด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ 16 วัด และกิ่งอำเภอบางเสาธง 9 วัด วัดที่มีความเก่าแก่และมีอายุเกิน 200 ปี ขึ้นไปมีถึง 24 วัด และเป็นวัดที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงมีหลายวัดดังนี้ วัยชัยมงคล วัดบางโฉลงใน วัดพิชัยสงคราม วัดบางพลีใหญ่ใน วัดโปรดเกศเชษฐาราม วัดทรงธรรมวรวิหาร วัดเสาธงกลาง วัดไพชยนต์พลเสพย์ วัดสาขลา เป็นต้น

พระเจดีย์กลางน้ำ - Phra Samut Chedi

phra samut chedi

phra samut chedi

เริ่มสร้างเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้เสด็จมาสร้างเมือง สมุทรปราการเมื่อ  พ.ศ. ๒๓๖๕ ในครั้งนั้นพระองค์ทอดพระเนตรเห็นหาดทรายที่งอกอยู่ท้ายเกาะผีเสื้อสมุทรทรง มีพระราชดำริที่จะสร้างพระมหาเจดีย์ขึ้นบริเวณนั้น โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์กับเจ้าพระยาพระคลังเป็นผู้อำนวย การสร้าง เมื่อกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ได้ขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระนั่ง เกล้าเจ้าอู่หัว ทรงเป็นธุระจัดการสร้างพระสมุทรเจดีย์ต่อไปตามพระราชประสงค์ของพระราชธิดา โดยทรงโปรดเกล้าฯให้พระยาศรีธรรมราชกับพระยาพระคลังเป็นแม่กองในการก่อสร้าง ใช้ชาวลาวที่ติดตามเจ้าอนุวงศ์มาพระราชทานเพลิงศพพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเป็น แรงงานขนต้นตาลมาจากเพชรบุรีมาฝังเป็นฐานรากของพระเจดีย์

วัดพิชัยสงคราม - Wat Pichai Songkram

Wat Pichai

Wat Pichai

วัดพิชัยสงครามเป็นวัดที่เก่าแก่มาแต่โบราณสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2253 สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระไม่มีปรากฏว่าผู้ใดสร้างวัดนี้แต่ เดิมมีชื่อว่าวัดโพธิ์ส่วนชื่อวัดพิชัยสงคราม นั้นเปลี่ยนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกว่าวัดนอก เนื่องจากว่าสมัยก่อนนั้นวัดตั้งอยู่นอก ตัวเมือง

วัดพิชัยสงคราม ตั้งอยู่เลขที่ 906 ถนน ประโคนชัย หมู่ที่ 1 ตำบล ปากน้ำ อำเภอ เมืองฯ จ. สมุทรปราการสังกัด คณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 11ไร่พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบตั่งอยู่ฝั่งตะวันออกของปากแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใน วัดมีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ อุโบสถสร้างสมัยอยุธยากว้าง 9 เมตร ยาว 21 เมตร วิหารกว้าง 5.20 เมตร ยาว 8.07 เมตร ศาลาการเปรียญกว้าง15.80 เมตร ยาว24.80 เมตร สร้างด้วยไม้ กุฎีสงฆ์จำนวน35 หลัง   ส่วนมากเป็นอาคารไม้ หอระฆัง หอไตร ฌาปนสถาน สุสาน ในด้านการศึกษาทางวัดให้การสนับสนุนโดยสร้างโรงเรียนปริยัติธรรมมีอาคาร เรียน1หลัง  มีเจ้าอาวาสผู้ปกครองวัดเท่าที่ทราบนามคือ สมเด็จเจ้าทัต พระอธิการพุ่มและพระครูประสาทยติคุณ

วัดในสองวิหาร

ตั้งอยู่ที่ถนนศิริราษฎร์ศรัทธา  ต. ปากน้ำ  อ. เมือง  วัดนี้สร้างเมื่อราว พ.ศ. 2170  ในสมัยกรุงศรีอยุธยา

พระอุโบสถหลังเก่าสร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระประธานปางมารวิชัย,  พระพุทธรูปปางสมาธิ  ปางห้ามสมุทรพระอัครสาวกรวม 8 องค์  ส่วนในพระวิหารมีพระพุทธรูปอีก 11 องค์,  มณฑป  มุงหลังคาด้วยกระเบื้องว่าวสีเขียว เหลือง ฯลฯ

วัดกลางวรวิหาร - Wat Klang Worwihan

wat klang

wat klang

ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างเมื่อไร สันนิษฐานว่าเริ่มสร้างสมัยพระเจ้าบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ผู้ที่สร้างวัดนี้เป็นหญิงม่าย ๓ คน สร้างวัดนี้ให้เป็นที่พำนักของพระภิกษุรูปหนึ่งที่ลอยเรือจอดอยู่ เมื่อครั้งตอนที่ถางป่าเตรียมสร้างวัด คนงานพบแหวนทองคำโบราณที่ใต้ต้นตะโก จึงเรียกชื่อวัดนี้ว่า “วัดตะโกทอง” ต่อมาภายหลังได้เรียกชื่อว่าวัดกลาง เพราะเหตุว่าอยู่ระหว่างวัดนอก  (วัดพิชัยสงคราม)

ใน พ.ศ. ๒๓๑๐ พม่ายึดกรุงศรีอยุธยาได้เมืองปากน้ำถูกทหารพม่าเข้ามากวาดต้อนผู้คน อาจารย์ชีเจ้าอาวาสหนีหายไป อาจารย์ดา มหาอินทโชติน้องชายเจ้าอาวาส และญาติหนีไปอยู่บ้านคานรูด อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี วัดนี้จึงถูกทิ้งล้างไป เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขับไล่พม่าไปแล้ว อาจารย์ดาและญาติได้กลับมาที่วัดกลาง ช่วยกันบูรณะซ่อมแซมวัดให้เหมือนเดิม ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ทรงเสด็จเมืองปากน้ำอยู่เนืองๆ จึงโปรดให้มีการปฏิสังขรณ์พระอารามทั้งหมด และวัดนี้ได้ถูกยกเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๖

ปัจจุบัน วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของการศึกษาพระพุทธศาสนาของจังหวัดสมุทรปราการ ได้ส่งเสริมการศึกษาธรรมะของพระภิกษุ สามเณรและประชาชนเป็นอย่างมาก อีกทั้งใช้เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาของจังหวัดอีกด้วย

วัดอโศการาม - Wat Asokaram

Wat Asokaram

Wat Asokaram

ตั้งอยู่ที่ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการมีทางเข้าวัดด้านถนนสุขุมวิท วัดแห่งนี้มีพื้นที่ด้านใต้ติดทะเลอ่าวไทย พื้นที่โดยรอมเป็นป่าชายเลน วัดแห่งนี้จึงมีนกน้ำ ปูก้ามดาบ ปลาตีน จำนวนมากให้ชม มีความวิเวกเหมาะแก่การอบรมวิปัสนา  ปูชนียสถาน
ปูชนียวัตถุของวัดได้แก่  พระธุตังคเจดีย์ เป็นเจดีย์หมู่รวม ๑๓ องค์  พระอุโบสถ  หลวงพ่อเศียร  อนุสาวรีย์พระเจ้าอโสกมหาราช

วัดนี้พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเช้ามื้อเดียว ไม่มีการจัดงานมหรศพสมโภชใดๆ ไม่มีศาลาสวดศพหรือเมรุเผาศพ ยกเว้นกรณีที่พระภิษุของวัดมรณภาพ หรืออุบาสก อุบาสิกาที่ถวายตัวเป็นศิษย์ถึงแก่กรรมก็จะมีการสวดศพและเผาศพในวัด ปัจจุบัน มีถนนในโครงการพระราชดำริเพื่อกั้นน้ำทะเลท่วมผ่านด้านหลังวัด อีกทั้งสามารถเห็นอ่าวได้ชัดเจนจึงมีผู้เข้าชมทัศนียภาพยามเย็นกันมาก

วัดป่าเกด - Wat Paket

Wat Paket

Wat Paket

อยู่ที่ตำบลทรงคะนอง  อำเภอพระประแดง  สร้างเมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสมเด็จพระสังฆราช ( ด่อน ) แห่งวัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฏ์

วัดแห่งนี้มีของสำคัญหลายอย่าง เช่น ในอุโบสถหลังเก่าตามฝาผนังมีภาพเขียนเกี่ยวกับพญามาร ที่จะเข้ามาทำร้ายพระพุทธเจ้า ภาพนักดนตรี ภาพการลงโทษผู้ร้ายสมัยโบราณ  ภาพการประหารชีวิตด้วยวิธรการต่างๆ ภาพการทิ้งมะนาวในงานศพ ภาพยุทธหัตถี ภาพปราสาทราชวัง ภาพทวารบาล ฯลฯ  ผู้วาดภาพเหล่านี้เป็นคนสมัยรัตนโกสินทร์ราวรัชกาลที่ 3  มีคติความเชื่ออย่างอยุธยาแต่น่าเสียดายปัจจุบันภาพลบเลือนไปหลายแห่งฝาผนัง ด้านนอกและลายปูนปั้นขอบหน้าต่างเปื่อยยุ้ย จึงต้องปิดประตูไม่เปิดให้ใช้ตามปกติ แต่ก็ยังเปิดให้เฉพาะผู้สนใจเข้าชมได้

ที่หน้าอุโบสถเก่ายังปรากฏพระเจดีย์  2  องค์  แต่ส่วนยอดและลวดลายชำรุดเกือบหมดเช่นกัน อย่างไรก็ตามกรมศิลปากรก็ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้แล้ว

วัดทรงธรรมวรวิหาร - Wat Songtham Wihan

Wat Songtham Wihan

Wat Songtham Wihan

อยู่ที่ตำบลท้ายตลาด อำเภอพระประแดง เป็นวัดวังหน้าสมัยรัชกาลที่  2  สร้างมาพร้อมกับการสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์ กุฏิและพระอุโบสถหลังเดิมนั้นสร้างด้วยไม้ แต่พุพังไปตามกาลเวลา จึงต้องรื้อ

วัดนี้สร้างเพื่อให้ชาวที่อพยพมาอยู่ที่นี่ใช้ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา เป็นวัดคู่เมืองนครเขื่อนขันธ์ ที่ตั้งเดิมอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาตรงโรงเรียนอำนวยวิทย์ปัจจุบัน เมื่อเจ้าพระยาน้องยาเธอกรมหมื่นศักดิ์พลเสพเป็นแม่กองสร้างป้อมเพชรหึงและ ขยายเมืองนครเขื่อนขันธ์ ได้ย้ายวัดเข้ามาอยู่ในเขตกำแพงเมือง

ต่อมาพระยาดำรงราชพลขันธ์  ( จุ้ย  คชเสนีย์ )  ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดขึ้นมาใหม่ตามโปรดเกล้าฯของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ หัว โดยสร้างพระอุโบสถ  ศาลา  พระวิหาร  ในภายหลังมีการสร้างพระมหารามัญเจดีย์  ธงเขี้ยวตะขาบ  ส่วนเจดีย์เดิมที่ชาวมอญสร้างยังอยู่ในโรงเรียนอำนวยวิทย์  ความสำคัญอีกอย่างของวัดนี้คือเคยใช้เป็นที่ดื่มน้ำพิพัฒนสัตยาของเหล่าข้า ราชกาลจังหวัดพระประแดง ในช่วง พ. ศ. 2461 – 2475  ระยะเวลาดังกล่าวประเทศไทยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช เมื่อเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยได้เลิกพิธีนี้ สิ่งของเครื่องใช้ที่สำคัญกระจัดกระจาย แต่ยังเหลือธงประจำมณฑลเก็บรักษาไว้ที่โรงเรียนวัดทรงธรรม

อนึ่งวัดแห่งนี้ปัจจุบันมีห้องสมุดที่เก็บรักษาเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ หลายอย่าง วัดนี้ใช้เป็นที่ให้ชาวมอญทำพิธีในวันสงกรานต์ใช้เล่นสะบ้ามอญและอื่นๆ

วัดบางพลีใหญ่ใน

ตั้งอยู่ริมครองสำโรง ในเขตอำเภอบางพลี  เล่ากันว่าในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พระองค์ยกกองทัพไล่ข้าศึกมาทางตะวันออกของกรุงศรีอยุธยา จนถึงตำบลแห่งหนึ่งที่ไม่รู้จักชื่อ พระองค์ได้สั่งให้ทหารหยุดพัก ฯ ที่แห่งนี้พระองค์ได้ให้ตั้งศาลเพียงตาพร้อมเครื่องเซ่นสังเวยเพื่อบวงสรวง หาฤกษ์ยามตามตำราพิชัยสงคราม โดยตั้งจิตรอธิฐานว่า  ถ้าพระองค์มีบุญญาธิการปกครองไพร่ฟ้าประชาชน ทั้งบ้าเมืองอยู่ร่มเย็นเป็นสุขแล้ว  ขอให้พระองค์มีชัยต่ออริราชศัตรู  ครั้นหลังจากเสร็จศึกสงครามได้รับชัยชนะแล้ว พระองค์ได้ยกทัพกลับเส้นทางเดิมและผ่านตำบลนี้อีก จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพลับพลาที่ประมับเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ  เรียกพลับพลานี้ว่า “พลับพลาชัยชนะสงคราม”   ในเวลาต่อมาชาวบ้านได้สร้างวัดขึ้น ตั้งชื่อวัดว่า “วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม”   ส่วนชื่อของตำบลได้เรียกว่าตำบลบางพลี   นานไปเรียกวัดนี้ว่าวัดบางพลีตามชื่อตำบล   วัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปสำคัญคือ หลวงพ่อโต

หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปในสมัยสุโขทัย  ปางมารวิชัย ( สะดุ้งมาร ) หน้าตักกว้าง  ๓ ศอก ๑ คืบ  ตามประวัติเล่ากันว่า เมื่อ ๒๐๐ ปีมาแล้ว มีพระพุทธรูป ๓ องค์ ลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา สันนิษฐานว่าชาวกรุงเก่าอัญเชิญลอยลงน้ำเพื่อหนีภัยจากพม่าที่มาตีกรุง ศรีอยุธยา ระหว่างทางชาวบ้านได้อัญเชิญท่านขึ้นมาจากน้ำหลายแห่งแต่ไม่สำเร็จ  เช่นที่ตำบลสามเสนจนลอยทวนน้ำมาถึงที่สามปทวน ในจังหวัดฉะเชิงเทราปัจจุบันก็ฉุดไม่ขึ้น ลอยเรื่อยมาถึงบางประกงที่เรียกว่าบางพระ ก็ยังฉุดขึ้นไม่สำเร็จ พระพุทธรูปทั้งสามองค์ลอยทวนน้ำต่อไปจนกระทั่งองค์หนึ่งไปฉุดขึ้นที่วัด โสธร  องค์ที่ ๒ ฉุดขึ้นที่บางพลี คือหลวงพ่อโต  องค์ที่ ๓ ฉุดขึ้นที่บ้านแหลม จังหวัดสมุทรสาคร เรียกว่า หลวงพ่อวัดบ้านแหลม

สำหรับหลวงพ่อโต ที่บางพลีนี้ได้ประดิษฐานไว้ในวัดบางพลีใหญ่ ทุกปีในเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ  ชาวบางพลีร่วมกันจัดงานประเพณีรับบัวโดยจัดขบวนเรือแห่หลวงพ่อโต เมื่อเรือผ่านที่ใดชาวบ้านจะโยนดอกบัวลงไปสักการะ ในงานนี้มีมหรสพ การละเล่นพื้นบ้าน และมีการแข่งเรือ  ถือเป็นงานสำคัญงานหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ

วัดไตรสามัคคี

วัดไตรสามัคคีตั้งอยู่ที่บางเมืองหมู่ที่ 1  ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 10 ไร่อาณาเขต ทิศเหนือติดกับโรงเรียน ทิศใต้ติดกับโรงงานรถเบนซ์ ทิศตะวันตกติดกับที่ดินคุณจวง ที่ธรณีสงฆ์มี3แปลง มีเนื้อที่ทั้งสิ้น จำนวน10ไร่

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่ม ภายในวัดมีอาคารเสนาะสนะต่างๆดังนี้ อุโบสถกว้าง 40 ม. ยาว 80 ม. กุฎีสงฆ์จำนวน 16 หลัง ส่วนมากเป็นอาคาร 2 ชั้น ศาลาการเปรียญสร้าง พ.ศ.2519 สำหรับปูชนียวัตถุ ุมีพระพุทธโสธรจำลองและรอยพระพุทธบาทจำลอง

วัดไตรสามัคคี ได้รับอนุญาตให้สร้างขึ้นสร้างเมื่อวันที่12 มิถุนายน พ.ศ.2515 มีนายจวง อ้นโต  น.ส. ศรีประไพ น.ส.ศรีประภา เพช็รสมุทร ร่วมกันบริจาคที่ดิน นายจวง อ้นโต เป็นผู้ดำเนินการสร้าง   กระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งเป็นวัด เมื่อวันที่ 26  มีนาคม พ.ศ.2516 ที่ได้นามวัดเช่นนี้ โดยเอาเหตุผลที่ผู้บริจาคที่ดินมีสามรายด้วยกันวัดไตรสามัคคี     ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2521 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตรการศึกษา   ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมเริ่มมาตั้งแต่  พ.ศ.2515 จำนวนนักเรียนธรรมพระภิกษุ 40 รูป สามเณร 8 รูปนอกจาก นี้ยังได้สนับสนุนการศึกษาของชาติ โดยให้ทางราชการสร้างโรงเรียนในที่ดินของวัด

มีเจ้าอาวาสจำนวน 3 รูป คือ พระอาจารย์พิณ ญาณวโร พ.ศ. 2514 - 2519 พระมหาอดิศักดิ์ ญาณเตโช พ.ศ. 2520 - 2525  พระอธิการบุปผา ฐานธมโมอายุ 37 ปี พรรษา 10 ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2526 จนถึงปัจจุบันขณะ นี้วัดไตรสามัคคี มีพระภิกษุจำพรรษา65 รูป สามเณร 8 รูป แม่ชี 1 คน ศิษย์วัด 25 คน

Last Updated on Monday, 18 May 2009
 

Comments 

 
0 # 2009-12-13 13:52
เนื้อหาดีมาก
Reply
 
 
0 # 2009-12-17 02:59
เนื้อหาดีมั่กมา ยๆ
Reply
 
 
-1 # 2010-11-13 10:52
วัดเเต่ละวัดสวย ทั้งนั้นเลย
Reply
 
 
+1 # 2011-01-07 13:05
ครอบครัวชอบท่อง เที่ยววัดในประเ ทศ และชอบทำบุญ ชอบเนื้อหา

ขออนุโมทนาบุญกั บคณะผู้จัดทำที่ ให้ข้อมูลแหล่งท ่องเที่ยวเชิงวั ฒนธรรมที่ดี
Reply
 
 
+1 # 2011-12-05 00:35
เท่าีที่ทราบมีท ั้งหมด ห้าองค์ด้วยกัน....ดังนี้

พุทธปัญจภาคีวาร ีปาฏิหาริย์
เล่าขานตำนานหลว งพ่อลอยน้ำ 5 พี่น้อง

มีตำนานกล่าวว่า กาลครั้งหนึ่งมี พี่น้องชาวเมือง เหนือ 5 คน บวชเป็นพระภิกษุ ในบวรพระพุทธศาส นา ได้สำเร็จเป็นพร ะอริยบุคคลชั้นโ สดาบัน มีฤทธิ์อำนาจทาง จิตมาก ได้พร้อมใจกันตั ้งสัจจะอธิษฐานว ่า

“เกิดมาชาตินี้จ ะขอบำเพ็ญบารมีช ่วยสัตว์โลกให้พ ้นทุกข์ แม้ตายไปแล้ว ก็จะสร้างบารมีช ่วยสัตว์โลกให้พ ้นทุกข์ต่อไป จนกว่าจะถึงซึ่ง นิพพาน”

ครั้นพระอริยบุค คลทั้งห้าองค์นี ้ดับขันธ์ไปแล้ว ก็เข้าสถิตอยู่ใ นพระพุทธรูปทั้ง ห้าองค์ มีความปรารถนาจะ ช่วยปลดเปลื้องท ุกข์ให้คนทางเมื องใต้ จึงพากันแสดงฤทธ ิ์ปาฏิหาริย์ให้ พระพุทธรูปทั้งห ้าองค์ลอยน้ำมาท างใต้ตามแม่น้ำส ายหลักของภาคกลา งทั้ง 5 สาย

ชาวบ้านชาวเมือง ตามริมฝั่งแม่น้ ำเห็นพระพุทธรูป ทั้ง ห้าองค์ลอยน้ำมาก็พากันเลื่ อมใส จึงได้นำพระพุทธ รูปเหล่านั้นขึ้ นฝั่งและอาราธนา ให้ขึ้นสถิตอยู่ ตามวัดต่างๆ ที่ใกล้เคียงกับ จุดที่ชะลอองค์พ ระขึ้นจากแม่น้ำ โดยพระพุทธรูปอง ค์แรก ลอยมาตามแม่น้ำบ างปะกง แล้วขึ้นประดิษฐ านอยู่ที่วัดโสธ รวรารามวรวิหาร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เรียกว่า “หลวงพ่อโสธร” พระพุทธรูปองค์ท ี่สอง ลอยมาตามแม่น้ำน ครชัยศรี ขึ้นประดิษฐานอย ู่ที่วัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม เรียกว่า “หลวงพ่อวัดไร่ข ิง” พระพุทธรูปองค์ท ี่สาม ลอยมาตามแม่น้ำเ จ้าพระยา ขึ้นประดิษฐานอย ู่ที่วัดบางพลีใ หญ่ใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เรียกว่า “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปองค์ท ี่สี่ ลอยมาตามแม่น้ำแ ม่กลอง ขึ้นประดิษฐานอย ู่ที่วัดเพชรสมุ ทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เรียกว่า “หลวงพ่อบ้านแหล ม” และพระพุทธรูปอง ค์ท ี่ห้า ลอยมาตามแม่น้ำเ พชรบุรี ขึ้นประดิษฐานอย ู่ที่วัดเขาตะเค รา อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เรียกว่า “หลวงพ่อ (ทอง) เขาตะเครา”
ขอขอบคุณ...... พลสิทธิ์ เทียมศักดิ์
sucheela@msnxxx
Reply
 
 
0 # bam 2012-08-20 09:14
น่าเที่ยวมากเลย
Reply
 

Add comment

งานที่กำลังจะมาถึง


There is no upcoming event at this time.

No current events.

คอมเม้นล่าสุด

NEWS - ข่าวน่าสนใจ


Car Free Day in Samut Prakan 2012
International Car Free Day is an international event that takes...


Free Entry to Ancient Siam this week
One of the places that I always recommend to visit...


ตักบาตรพระ 11,111 รูป สมุทรปราการ
เทศบาลนครสมุทรปราการ ร่วมกับ สมาคมพุทธรักษา ภาคีสหพันธ์รวมใจไทยทั้งชาติ ชมรมชาวพุทธสมุทรปราการ เครือข่ายชาวพุทธและภาคเอกชน กำหนดจัด “โครงการตักบาตรพระ 11,111 รูป...


Paknam Post Newspaper January 2012
PAKNAM POST NEWSPAPER: The latest edition...


Children's Day 2012
Ms. Wanida Bunprakhong, Governor of Samut Prakan, on Saturday 14th...

หนังสือพิมพ์ ปากน้ำโพสต์ ประจำเดือน เมษายน 53
Paknam Maps
We have been working so hard and need caffeine to survive, if you like our services then please buy us a cuppa coffee to keep things going.